ตัวรวบรวมแหล่งข่าว

สสจ.กาญจน์ ให้ต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

รอบรั้วภูมิภาค - อา, 05/20/2012 - 12:27

นายแพทย์อภิชาติ รอดสม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี ให้การต้อนรับนายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในโอกาสที่มาร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี ครม. สัญจรที่จังหวัดกาญจนบุรี ระหว่างวันที่ ๑๙-๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕

หมวดหมู่: สาธารณสุข

มอบกระเช้าเป็นกำลังให้ผู้ป่วย

รอบรั้วภูมิภาค - อา, 05/20/2012 - 12:00

นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มอบกระเช้าเยี่ยมไข้เป็นกำลังใจให้แก่ผู้ป่วย ภายหลังลงพื้นที่ติดตามโครงการยกระดับโรงพยาบาลทั่วไป เป็นโรงพยาบาลศูนย์ของโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา และงานนโยบายด้านสาธารณสุขของจังหวัดกาญจนบุรี ณ หอผู้ป่วยกาญจนภิเษก ๒ โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จังหวัดกาญจนบุรี

หมวดหมู่: สาธารณสุข

คณะรัฐมนตรีติดตามงานนโยบายด้านสาธารณสุขของจังหวัดกาญจนบุรี

รอบรั้วภูมิภาค - อา, 05/20/2012 - 11:38

พลเอกยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี,นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ติดตามโครงการยกระดับโรงพยาบาลทั่วไป เป็นโรงพยาบาลศูนย์ของโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา และงานนโยบายด้านสาธารณสุขของจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลและโครงการที่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณ ระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ณ จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๕

หมวดหมู่: สาธารณสุข

รพ.มหาสารคาม พัฒนาศักยภาพการกู้ชีพ เพิ่มอัตราการรอดชีวิตผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน

รอบรั้วภูมิภาค - อา, 05/20/2012 - 11:06
รพ.มหาสารคาม พัฒนาศักยภาพการกู้ชีพ เพิ่มอัตราการรอดชีวิตผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน ที่ห้องประชุมตักสิลา ชั้น 4 อาคารผู้ป่วนอก รพ.มหาสารคาม นายแพทย์สุรกิจ ยศพล รองผู้อำนวยการด้านพัฒนาคุณภาพและกิจกรรมพิเศษ โรงพยาบาลมหาสารคาม เป็นประธานเปิดประชุมโครงการฝึกอบรม การช่วยฟื้นคืนชีพ เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและองค์กร ให้มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการกู้ชีพได้ถูกต้องพัฒนา ปฏิบัติการกู้ชีพเป็นทีม เน้นการมีส่วนร่วมของทีมงาน ควบคู่กับความรู้ที่ถูกต้อง,มีความมั่นใจ มีศรัทธาในการให้การรักษาพยาบาลผู้ป่วยอย่างเต็มที่ รวมทั้งการจัดเตรียม ดูแล, บำรุงรักษาเวชภัณฑ์และเครื่องมือที่ต้องใช้ นำไปสู่การสร้างทัศนคติที่ดีในการให้บริการผู้ป่วยให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ให้ลุล่วงไปด้วยดี สนองนโยบายสร้างเสริมคุณภาพของโรงพยาบาลและกระทรวงสาธารณสุข โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย พยาบาลวิชาชีพ พยาบาลเทคนิค เจ้าหน้าที่พยาบาล เจ้าหน้าที่หน่วยงานสนับสนุน ผู้ช่วยเหลือคนไข้ และเจ้าหน้าที่ทางสาธารณสุข ในเครือข่ายบริการสุขภาพ รวมกว่า 100 คน แพทย์หญิงสุภาวดี นวลอ่อน หัวหน้ากลุ่มงานวิสัญญี โรงพยาบาลมหาสารคาม กล่าวว่า ปัจจุบันอัตราการเสียชีวิต ปัจจุบันทันด่วนเกิดขึ้นบ่อยครั้งซึ่ง มักมีสาเหตุมาจากโรคหัวใจและอุบัติเหตุ การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ในผู้ป่วยที่เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นหรือหยุดหายใจหรือทั้งสองกรณีได้รับการกู้ชีวิตภายใน 4 นาที จะมีโอกาสรอดชีวิตสูงขึ้น ดังนั้นการช่วยฟื้นคืนชีพผู้ป่วยกรณีดังกล่าว จึงเป็นสุดยอดหัตถการที่มีความสำคัญในการรักษาพยาบาลผู้ป่วย ด้วยเวลาอันจำกัด ซึ่งโรงพยาบาลมหาสารคามมุ่งดำเนินงานด้านการช่วยฟื้นคืนชีพอย่าง ต่อเนื่อง โดยยึดองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ ทีมงานพร้อม, องค์ความรู้ที่ถูกต้อง, อุปกรณ์ที่สำคัญและจำเป็น มีความพร้อมใช้ตลอดเวลา เวชภัณฑ์ยาต่าง ๆ ครบถ้วน และใกล้มือ ตลอดจนเวลาที่เหมาะสมและรวดเร็วหลังจากผู้ป่วยเกิดเหตุ ซึ่งทุกองค์ประกอบ ล้วนมีความสำคัญ หากบกพร่องอย่างใดอย่างหนึ่ง จะมีผลทำให้การช่วยฟื้นคืนชีพไม่ประสพผลสำเร็จ ฉะนั้นการสร้างความรู้ที่ถูกต้องและทันสมัย ให้แก่ทีมงานที่เกี่ยวข้องทุกคนและบุคลากรทุกระดับ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งที่นำพาให้การช่วยฟื้นคืนชีพประสบผลสำเร็จ และเป็นประโยชน์สูงสุดสำหรับผู้ป่วยต่อไป
หมวดหมู่: สาธารณสุข

สธ.ออกประกาศเตือนประชาชนป้องกัน 15 โรคสำคัญฤดูฝน เผยปี 54 พบป่วยเกือบ 7 แสนคน

ข่าวเพื่อมวลชน - อา, 05/20/2012 - 09:57
กระทรวงสาธารณสุขออกประกาศเตือนประชาชนให้ระมัดระวังโรคติดต่อที่มาพร้อมฤดูฝน 15 โรคสำคัญ เช่นโรคท้องร่วง โรคฉี่หนู ปอดบวม ไข้เลือดออก มาลาเรีย เผยฤดูฝนปี 2554 ทั่วประเทศพบป่วยกว่า 7 แสนคนเสียชีวิต 477 คน จากโรคปอดบวม ไข้เลือดออก โรคอุจจาระร่วง โรคฉี่หนู ให้สำนักงานสาธารณสุขทุกจังหวัด ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชนในการป้องกันไม่ให้ป่วย และให้โรงพยาบาลทุกแห่ง จับตาโรคใกล้ชิดตั้งแต่เดือนนี้ไปจนถึงเดือนกันยายน 2555 นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน สภาพอากาศที่ชื้นเย็น ทำให้เชื้อโรคหลายชนิดแพร่ระบาดได้ง่ายและรวดเร็ว ที่สำคัญเช่น ไข้เลือดออก โรคฉี่หนู ไข้หวัดใหญ่ ไข้มาลาเรีย โรคไข้สมองอักเสบ โรคปอดอักเสบ โรคไข้หวัดนก เป็นต้น ได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลทุกแห่ง จับตาเป็นพิเศษตั้งแต่เนิ่นๆ เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2555 ขอให้แพทย์ตรวจคัดกรองผู้ป่วยโดยละเอียด โดยโรคที่ต้องติดตามต่อเนื่องคือโรคไข้หวัดนกที่แพร่ระบาดมาจากสัตว์ปีก ซึ่งในไทยไม่พบผู้ป่วยมาเป็นเวลาเกือบ 6 ปี แต่ประมาทไม่ได้ เพราะหากมีโรคนี้เกิดขึ้นในฤดูฝน เชื้ออาจมีการผสมข้ามสายพันธุ์กับเชื้อไข้หวัดใหญ่ในคนที่อยู่ในช่วงระบาดในฤดูฝน ได้ให้กรมควบคุมโรคออกประกาศคำเตือนประชาชน เพื่อป้องกันโรคติดต่อที่พบบ่อยในฤดูฝน จัดส่งให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศเพื่อ เผยแพร่ความรู้ให้ประชาชนในการดูแลสุขภาพตนเองและคนในครอบครัว ไม่ให้เจ็บป่วย ทางด้านนายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โรคที่มักมาพร้อมฤดูฝนที่พบบ่อยมี 5 กลุ่ม รวม 15 โรค ได้แก่ 1.กลุ่มโรคติดต่อทางน้ำและอาหาร ที่พบบ่อย มี 5 โรค ได้แก่ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน บิด ไทฟอยด์ อาหารเป็นพิษ และตับอักเสบ สาเหตุเกิดจากกินอาหาร ดื่มน้ำที่มีเชื้อโรคปนเปื้อน หรือกินสุกๆ ดิบๆ 2.กลุ่มโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ ที่พบบ่อย 5 โรค ได้แก่ โรคหวัด ไข้หวัดใหญ่ คออักเสบ หลอดลมอักเสบ และโรคปอดบวม โดยเฉพาะโรคปอดบวม มีอันตรายอาจถึงชีวิตได้ อาการเริ่มจากไข้ ไอ หายใจเร็วหรือหอบเหนื่อย 3.กลุ่มโรคติดเชื้อผ่านทางบาดแผลหรือเยื่อบุผิวหนัง ที่พบบ่อยคือโรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคไข้ฉี่หนู อาการเด่นของโรคนี้คือ ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะมักปวดกล้ามเนื้อบริเวณน่องและโคนขาอย่างรุนแรง และตาแดง 4.กลุ่มโรคติดต่อที่เกิดจากยุง ที่สำคัญ 3 โรค ได้แก่ ไข้เลือดออกมียุงลายเป็นพาหะนำโรค ซึ่งกว่าร้อยละ 80 เป็นยุงลายที่อยู่ในบ้าน ไข้สมองอักเสบ เจ อี (Japanese Encephalitis) ตัวนำโรคมาจากยุงรำคาญ ซึ่งมักแพร่พันธุ์ตามแหล่งน้ำในทุ่งนา และโรคมาลาเรีย ซึ่งมียุงก้นปล่องที่อยู่ในป่าเป็นพาหะนำโรค ทั้ง 3 โรคนี้ อาการเริ่มจากมีไข้สูงปวดศีรษะมาก คลื่นไส้อาเจียน โดยเฉพาะโรคไข้สมองอักเสบ อาจทำให้พิการภายหลังได้ และ 5.กลุ่มโรคเยื่อบุตาอักเสบหรือโรคตาแดง เกิดจากเชื้อไวรัสที่อยู่ในน้ำสกปรก กระเด็นเข้าตา นอกจากนี้ ยังมีโรคอื่นๆ ที่พบได้ในฤดูฝนทุกปี ได้แก่ โรคน้ำกัดเท้าจากเชื้อรา เกิดจากการเดินลุยน้ำสกปรกนานๆ หรือเดินลุยน้ำท่วมขังในช่วงที่มีฝนตกนัก การถูกสัตว์มีพิษกัด ต่อย เช่น งู ตะขาบ แมงป่องที่หนีน้ำท่วมมาอาศัยในบ้านเรือน และโรคอาหารเป็นพิษจากกินเห็ดพิษที่ขึ้นเองตามธรรมชาติในป่า ทั้งนี้จากการเฝ้าระวังของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ในช่วงฤดูฝนในปี 2554 ตั้งแต่เดือนมิถุนายน –กันยายน พบผู้ป่วยจาก 15 โรคฤดูฝน 658,429 คน มากที่สุดคือโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน 397,703 คน รองลงมาคือโรคปอดบวม 63,945 คน และไข้หวัดใหญ่ 32,950 คน เสียชีวิตรวม 551 คน อันดับ 1 จากปอดบวม 401 คน โรคฉี่หนู 74 คน ไข้เลือดออก 40 คน และอุจจาระร่วงเฉียบพลัน 21 คน ด้านนายแพทย์พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า อาการนำของโรคติดเชื้อที่เป็นลักษณะเด่นหลักๆ คือ อาการไข้ ดังนั้นในช่วงนี้ หากมีไข้สูงและเช็ดตัวหรือกินยาลดไข้แล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือไข้ยังไม่ลดลงภายใน 3 วัน ขอแนะนำให้ไปพบแพทย์ ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง เพื่อรับการตรวจรักษาที่ถูกกับโรคโดยเฉพาะถ้าเป็นเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรไปพบเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือแพทย์ทันที ห้ามกินยาจำพวกแอสไพรินเด็ดขาด โดยเฉพาะไข้เลือดออก ไข้หวัดใหญ่ และโรคไข้ฉี่หนู ซึ่ง 3 โรคนี้จะมีเลือดออกตามอวัยวะต่างๆ ในร่างกายได้อยู่แล้ว หากกินยาแอสไพรินซึ่งเป็นยาที่มีสารป้องกันเลือดแข็งตัว จะทำให้เลือดออกได้ง่ายขึ้น โอกาสเสี่ยงเสียชีวิตจะเพิ่มขึ้น นายแพทย์พรเทพกล่าวต่อว่า ในการป้องกันโรคในฤดูฝน ขอให้ประชาชนออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ร่างกายมีภูมิต้านทานโรค สวมเสื้อผ้ารักษาความอบอุ่นแก่ร่างกาย โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ ควรดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากร่างกายมีระดับภูมิต้านทานโรคต่ำกว่าคนวัยอื่นๆ มีโอกาสติดเชื้อโรคทางเดินหายใจได้ง่าย ควรดื่มน้ำสะอาด เช่น น้ำต้มสุก รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ ไม่มีแมลงวันตอม ล้างมือฟอกสบู่ให้สะอาดก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง และถ่ายอุจจาระลงส้วม หากในช่วงที่มีน้ำท่วมขังและส้วมใช้การไม่ได้ ห้ามถ่ายอุจจาระลงน้ำ ขอให้ถ่ายอุจจาระลงในถุงพลาสติก ปิดปากถุงให้แน่นแล้วนำไปฝังกลบ จัดการให้ถูกสุขลักษณะ นอกจากนี้ ควรตรวจดูโอ่งน้ำหรือภาชนะเก็บน้ำอื่น ให้มีฝาปิดมิดชิด และเปลี่ยนน้ำจานรองขาตู้ แจกันไม้ประดับทุก 7 วัน ปล่อยปลาหางนกยูงในอ่างบัว ทำลายแหล่งที่มีน้ำขัง เช่น กะลา กระป๋อง ยางรถยนต์เก่าเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย และภายหลังเดินย่ำน้ำหรือเดินลุยน้ำแช่ขัง น้ำสกปรกทุกครั้ง ต้องล้างเท้าให้สะอาด แล้วเช็ดให้แห้งด้วยผ้าที่สะอาด อย่าปล่อยให้อับชื้นเป็นเวลานาน ควรใส่รองเท้าบู๊ทให้เป็นนิสัย หลีกเลี่ยงการสัมผัสพื้นที่ชื้นแฉะ หรือสัมผัสปัสสาวะสัตว์ รวมทั้งดูแลบ้านเรือนและบริเวณบ้านให้สะอาดเป็นระเบียบ เพื่อไม่ให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์มีพิษ หรือเป็นแหล่งเพาะพันธุ์หนู แมลงวัน *********************************** 20 พฤษภาคม 2555
หมวดหมู่: สาธารณสุข

สธ. เปิดยุทธศาสตร์“กินปลาร้าต้ม ส้มตำแซ่บ” ลดโรคมะเร็งตับ มะเร็งท่อน้ำดี ในอีสาน

ข่าวเพื่อมวลชน - อา, 05/20/2012 - 09:51
สาธารณสุขร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น มูลนิธิจุฬาภรณ์ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ เปิดยุทธศาสตร์ลดโรคมะเร็งตับ มะเร็งท่อน้ำดีใน 20 จังหวัดภาคตะวันอออกเฉียงเหนือ รณงค์ให้ชาวอิสาน กินปลาร้าต้ม ส้มตำอร่อย และบรรจุเข้าหลักสูตรท้องถิ่น สอนเด็กประถมปีที่ 4-6 เริ่มที่จังหวัดขอนแก่นแห่งแรกตั้งแต่เปิดเทอมการศึกษาใหม่นี้เป็นต้นไป และประสานกระทรวงศึกษาธิการขยายในหลักสูตรการเรียนทั่วประเทศและในชั้นเรียนสูงขึ้น เผยผลการสุ่มตรวจอุจจาระใน 5 อำเภอของจังขอนแก่น พบมีพยาธิร้อยละ 30-78 นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธาณสุข เปิดเผยความคืบหน้าโครงการลดป่วยและเสียชีวิตจากโรคมะเร็งตับและมะเร็งท่อน้ำดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือว่า ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก โดยคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้จัดทำยุทธศาสตร์ “ลดพยาธิใบไม้ตับ กำจัดมะเร็งท่อน้ำดี” วาระคนอีสานทั้ง 20 จังหวัด โดยได้ประชุมร่วมระหว่างกระทรวงสาธารณสุข มหาวิทยาลัยขอนแก่น มูลนิธิจุฬาภรณ์ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และหน่วยงานจากกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อร่วมกันรณรงค์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารของประชาชนชาวอีสาน โดยในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้นายแพทย์สมชัย นิจพานิช รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารรสุข และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมดำเนินการร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาล อบจ.อบต. และผู้ที่เกี่ยวข้อง นายแพทย์สุรวิทย์ จากการประชุม มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้รายงานผลการสุ่มตรวจอุจจาระของประชาชนจังหวัดขอนแก่น ใน 10 หมู่บ้าน จาก 5 อำเภอเมื่อเร็วๆนี้ คือ บ้านไผ่ ชนบท มัญจาคีรี โคกโพธิ์ไชย และบ้านแฮด ผลปรากฎว่าพบประชาชนเป็นโรคพยาธิใบไม้ตับมากถึงร้อยละ 30 บางหมู่บ้านพบถึงร้อยละ 78 นายแพทย์สุรวิทย์ กล่าวต่อว่า ตามยุทธศาสตร์การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารของประชาชนครั้งนี้ จะมุ่งที่การไม่กินปลาร้าดิบ โดยใช้สโลแกนรณรงค์ว่า “กินปลาร้าต้ม ส้มตำอร่อย” เพื่อให้ประชาชนเกิดความตระหนัก และเลิกกินปลาร้าดิบ ซึ่งในปลาร้าดิบ จะมีสารก่อให้เกิดมะเร็ง นอกจากนี้จะรณรงค์ให้คนอีสานไม่กินปลาน้ำจืดที่มีเกล็ด แบบสุกๆ ดิบๆ เพราะปลาจำพวกนี้ จะมีไข่พยาธิใบไม้ตับอยู่ โดยจะรณรงค์ร่วมกันทั้ง 20 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และบรรจุการเรื่องโรคมะเร็งทั้ง 2 โรคนี้และการป้องกัน เข้าไปหลักสูตรการเรียนการสอนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 – 6 ในระดับท้องถิ่น ซึ่งจะเริ่มต้นที่จังหวัดขอนแก่น ตั้งแต่เทอมการศึกษาใหม่นี้เป็นต้นไป และจะประสานเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการ จัดเป็นหลักสูตรสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 -6 ทั่วประเทศ และในระดับชั้นสูงต่อไป คาดหวังว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยลดการเกิดโรคพยาธิใบไม้ตับ ลดการป่วย และการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งตับ มะเร็งท่อน้ำดีในที่สุด ทั้งนี้ สถิติที่ผ่านมา พบประชาชนภาคอีสาน ป่วยเป็นโรคมะเร็งตับ มะเร็งท่อน้ำดี สูงที่สุดในโลก โดยเฉพาะที่จังหวัดขอนแก่น ในผู้ที่มีอายุเกิน 40 ปีขึ้นไป ผู้ชายพบป่วยเป็นมะเร็งตับ มะเร็งท่อน้ำดี ถึง 280 คน ต่อประชากรแสนคน ส่วนผู้หญิง พบป่วยเป็นมะเร็งตับ มะเร็งท่อน้ำดีสูง ถึง 140 คนต่อประชากรแสนคน แต่ละปีคนอีสานจะเสียชีวิตจากโรคมะเร็งตับ มะเร็งท่อน้ำดีถึง 28,000 คน เฉลี่ยวันละ 77 คน จึงต้องหาวิธีเพื่อลดการป่วยและการเสียชีวิต 2 โรคนี้ให้ได้โดยเร็ว นายแพทย์สุรวิทย์กล่าว ****************************** 20 พฤษภาคม 2555
หมวดหมู่: สาธารณสุข

“หมอสุรวิทย์” เสนอของบป้องกันน้ำท่วม สถานพยาบาล ในจังหวัดสุพรรณบุรีวงเงิน กว่า 100 ล้านบาท เข้าครม.สัญจร ในวันพรุ่งนี้

ข่าวเพื่อมวลชน - ส, 05/19/2012 - 16:28

                  วันนี้ (19 พฤษภาคม 2555) ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จ.สุพรรณบุรี นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมร่วมกับผู้บริหารในจังหวัดสุพรรณบุรีที่ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีนายจุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม เพื่อติดตามโครงการพัฒนาของจ.สุพรรณบุรีที่จะนำเสนอเข้าที่ประชุมครม.สัญจรอย่างเป็นทางการที่จ.กาญจนบุรี ในวันพรุ่งนี้ ว่า ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ให้ติดตามดูแลโครงการของจ.สุพรรณบุรี จากการประชุมร่วมกับรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ สำนักงบประมาณ และสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้พิจารณาโครงการต่างๆ ที่จังหวัดสุพรรณบุรีเสนอจำนวนโครงการเร่งด่วน 4 โครงการ วงเงินงบประมาณทั้งหมด 109.28 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.โครงการเสริมดินปากท่อและสะพาน เพื่อป้องกันน้ำท่วมพื้นที่เศรษฐกิจของจังหวัด 2.โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันน้ำท่วมในสถานพยาบาลใน อ.เมือง อ.บางปลาม้า และอ.สองพี่น้อง 3.โครงการปรับปรุงพัฒนาเมืองโบราณอู่ทอง อ.อู่ทอง และ 4.โครงการพัฒนาการระบายน้ำคลองรางอีไพ

                นายแพทย์สุรวิทย์กล่าวต่อว่า สภาพัฒน์ฯ ได้ตรวจสอบความเหมาะสมแล้ว เห็นว่าเป็นโครงการที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์จังหวัด กลุ่มจังหวัด และมีความพร้อมด้านสถานที่แบบก่อสร้างและสามารถที่จะใช้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในจ.สุพรรณบุรีได้ คณะผู้ร่วมตรวจราชการทั้งหมด เห็นชอบกับ 4 โครงการดังกล่าว โดยจะนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรในวันพรุ่งนี้ และมั่นใจว่าจะได้รับอนุมัติ คาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จในปีงบประมาณ พ.ศ.2555

                                                                **************************** 19 พฤษภาคม 2555

หมวดหมู่: สาธารณสุข

มหาสารคามจับมือสปสชพัฒนาศักยภาพกองทุนต้นแบบ

รอบรั้วภูมิภาค - ส, 05/19/2012 - 16:19
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พัฒนาศักยภาพประธานกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นและกองทุนต้นแบบ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 7 ขอนแก่น จัดโครงการพัฒนาศักยภาพประธานกรรมการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ และกองทุนต้นแบบ หลักสูตร “ประธานกองทุนรุ่นใหม่ หัวใจประชาชน” รุ่นที่ 1 ณ ห้องประชุมศูนย์นวัตกรรมไหม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม นายสุทธินันท์ บุญมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการพัฒนาศักยภาพประธานกรรมการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ และกองทุนต้นแบบ หลักสูตร “ประธานกองทุนรุ่นใหม่ หัวใจประชาชน” รุ่นที่ 1 โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สงครามชัย ลีทองดี คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวรายงาน ทั้งนี้ เพื่อดำเนินการพัฒนากองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ โดยเฉพาะประธานกรรมการบริหารกองทุนให้มีศักยภาพในการเป็นผู้นำในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ ได้แก่ กลุ่มแม่และเด็ก กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้พิการ กลุ่มผู้ประกอบอาชีพที่มีความเสี่ยง และกลุ่มผู้ป่วยเรื้อรัง ให้สามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะต้องอาศัยการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ ตลอดจนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข อาทิ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ทั้งนี้ หลักสูตร หลักสูตร “ประธานกองทุนรุ่นใหม่ หัวใจประชาชน” รุ่นที่ 1 จะได้เป็นรุ่นที่นำร่องในการพัฒนาศักยภาพประธานกรรมการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ และกองทุนต้นแบบ ในเขตพื้นที่จังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และมหาสารคาม ในการนี้ ได้มีพิธีบันทึกลงนามความร่วมมือ ระหว่างสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 7 ขอนแก่น กับ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สงครามชัย ลีทองดี คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ ลงนามร่วมกับ นายแพทย์พิเชฏฐ ลีละพันธ์เมธา ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 7 ขอนแก่น โดยทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะให้ความร่วมมือทางวิชาการ ในการพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่และการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมสุขภาพ และการสร้างหลักประกันทางสุขภาพให้กับประชาชน โดยใช้กระบวนการพัฒนาศักยภาพ การให้ความรู้ การวิจัยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกันในด้านสาธารณสุขและการเสริมสร้างสุขภาวะ ในกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เขตรับผิดชอบของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 7 ขอนแก่น ใน 4 จังหวัดประกอบด้วยจังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และมหาสารคาม การอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ มีผู้รับการอบรมจำนวน 40 คน และได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 7 ขอนแก่น นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ อาจารย์จากวิทยาลัยการเมืองการปกครอง และคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
หมวดหมู่: สาธารณสุข

โรงพยาบาลมหาสารคามรณรงค์ให้ประชาชนทุกคน ลด ละ เลิกบุหรี่เพื่อสุขภาพที่ดี

รอบรั้วภูมิภาค - ส, 05/19/2012 - 16:13
โรงพยาบาลมหาสารคามรณรงค์ให้ประชาชนทุกคน ลด ละ เลิกบุหรี่เพื่อสุขภาพที่ดี โรงพยาบาลมหาสารคาม ขอเชิญชวนประชาชนและเครือข่ายพันธมิตรสร้างสุขภาพจังหวัดมหาสารคาม ลด ละ เลิกบุหรี่เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก 31 พฤษภาคม 2555 โดยดำเนินกิจกรรมภายใต้คำขวัญที่ว่า “คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2555 คือ จับตา เฝ้าระวัง ยับยั้งอุตสาหกรรมยาสูบ” (Tobacco Industry Interference)” นายแพทย์สุนทร ยนต์ตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาสารคาม กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายให้ประชา ชนทุกคนมีการสร้างสุขภาพ โดยใช้กลยุทธ์ 6 อ. คือ อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ อนามัยชุมชน อโรคยา และอบายมุข เพื่อสร้างเสริมสุขภาพให้แข็ง และในวันที่ 31 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันงดสูบบุหรี่โลก โรงพยาบาลมหาสารคามจึงขอเชิญชวน ประชาชนร่วมรณรงค์ลด ละ เลิกบุหรี่ โดยขอความร่วมมือ ประชาชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา พ่อค้า และข้าราชการทุกคน ตระหนักถึงพิษภัยของบุหรี่ ที่มีผลต่อสุขภาพร่างกาย อาทิ มีอาการระคายเคือง ไอ มีเสมหะ หายใจลำบาก หายใจขัด อาการหนักที่สุด คือ การเสียชีวิตจากโรคมะเร็งปอด นอกจากนี้ยังรวมถึงการให้ความรู้เพื่อเท่าทันกลไกของธุรกิจการค้าบุหรี่ที่มีแนวโน้มพุ่งเป้าไปที่เด็กและสตรี โดยนางพิกุล ไชยคำภา พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ ประจำกลุ่มงานสุขจิตและจิตเวช โรงพยาบาลมหาสารคาม แนะนำวิธีการเลิกสูบบุหรี่ต้องทำเป็นขั้นตอน เริ่มจากลดจำนวนการสูบบุหรี่ หากเกิดความรู้สึกอยากสูบบุหรี่ควรการหากิจกรรมอื่นที่เป็นประโยชน์ เช่นการออกกำลังกาย ทำงานบ้านหรืองานอดิเรกต่าง ๆ และสุดท้ายคือความตั้งใจที่แน่วแน่ในการเลิกสูบบุหรี่ของตัวผู้สูบเองและกำลังใจจากคนใกล้ชิด หรือเข้ามาพบเจ้าหน้าที่คลินิกอดบุหรี่เพื่อรับคำแนะนำและทำการรักษา โดยประชาชนผู้สูบบุหรี่สามารถติดต่อรับการบำบัดอาการติดบุหรี่ได้ที่กลุ่มงานสุขภาพจิตและจิตเวช โรงพยาบาลมหาสารคามทุกวันและเวลาราชการ ชื่อผู้ให้สัมภาษณ์ 1. นายประวิทย์ รักวงฤทธิ์ ผู้บำบัดอาการติดบุหรี่ 2. นายสานิต สุนทโรจน์ บุคลากรโรงพยาบาลมหาสารคามที่เข้าโครงการลด ละ เลิกบุหรี่ 3. นางพิกุล ไชยคำภา พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ ประจำกลุ่มงานสุขจิตและจิตเวช โรงพยาบาลมหาสารคาม
หมวดหมู่: สาธารณสุข

“วิทยา” เสนอครม.สัญจร ของบ 600 ล้านบาท พัฒนารพ.พหลพลพยุหเสนา จ.กาญจนบุรี เป็นรพ.ศูนย์ รองรับโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกนิคมอุตสาหกรรมทวาย

ข่าวเพื่อมวลชน - ส, 05/19/2012 - 13:33
วันนี้ (19 พฤษภาคม 2555) ที่โรงพยาบาลพลพยุหเสนา จ.กาญจนบุรี นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะ ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลพหลพยุหเสนา ที่จังหวัดกาญจนบุรี รับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลฯ และแผนงานโครงการการพัฒนาคุณภาพบริการในอนาคต เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณลงทุนจากรัฐบาล นายวิทยา กล่าวว่า จากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2553 ได้เห็นชอบสนับสนุนโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวาย ซึ่งอยู่ที่จังหวัดทวาย ของสหภาพพม่า ให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมต่างๆและสาธารณูปโภค เป็นจุดเชื่อมต่อของภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นเส้นทางติดต่อการค้าแห่งใหม่ของโลก โครงการดังกล่าวจะเสร็จสิ้นประมาณพ.ศ. 2559 จะส่งผลให้จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดชายแดนอยู่ใกล้กับโครงการดังกล่าว เป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ เติบโตแบบก้าวกระโดด เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจการผลิตการลงทุนต่างๆ การกระจายสินค้า ทางภาคตะวันตกของไทย กระทรวงสาธารณสุขได้วางแผนพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อรับมือปัญหาและภัยสุขภาพต่างๆที่จะเกิดตามมา จากการเคลื่อนย้ายแรงงาน การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยว และรองรับโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวายฯ โดยจะยกระดับโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา ซึ่งปัจจุบันเป็นโรงพยาบาลทั่วไปขนาด 440 เตียง ขึ้นเป็นโรงพยาบาลศูนย์ขนาด 700 เตียง ภายในปี 2555 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้างตึก 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ขนาด 8 ชั้น 318 เตียง เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ทรงเจริญพระชันษาครบ 100 ปี ในปี 2556 ใช้งบประมาณ 194 ล้านบาทเศษ เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2551 จะเสร็จในเดือนตุลาคม 2555 นี้ คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2556 และมีแผนพัฒนาระบบบริการระหว่างพ.ศ. 2555-2559 ให้เป็นศูนย์เชี่ยวชาญระดับสูง 6 สาขา ได้แก่ อุบัติเหตุฉุกเฉิน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง ทารกแรกเกิด อาชีวอนามัยสิ่งแวดล้อม และเป็นศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินในภาวะภัยพิบัติด้วย ใช้งบลงทุนในการพัฒนาอาคารสิ่งก่อสร้าง เช่นโรงซักฟอก ที่พักเจ้าหน้าที่ ระบบบำบัดน้ำเสีย อาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน 7 ชั้น อาคารเอ็กซเรย์ และทรัพยากรครุภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ต่างๆ รวมวงเงินกว่า 625 ล้านบาท โดยจะนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ที่จังหวัดกาญจนบุรี ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2555 นี้ ทั้งนี้ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นจังหวัดที่มีชายแดนติดต่อกับประเทศสหภาพพม่า สภาพพื้นที่กว้างใหญ่ เป็นอันดับ 3 ของประเทศ ประชากรประมาณ 1,170,994 คน แยกเป็นคนไทยจำนวน 836,807 คน คิดเป็นร้อยละ 83 และเป็นแรงงานต่างด้าว 334,187 คน มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าจังหวัดประมาณปีละกว่า 4 ล้านคน แต่ละอำเภอมีพื้นที่กว้างมาก การส่งผู้ป่วยรักษาต่อจากตัวอำเภอไปที่โรงพยาบาลจังหวัดคือโรงพยาบาลพหลฯ ต้องใช้เวลานาน 2 ชั่วโมงขึ้นไป ปัจจุบันโรงพยาบาลพหลฯมีเตียงผู้ป่วย 440 เตียง มีผู้ป่วยนอกใช้บริการเฉลี่ยวันละ 1,511 ราย คาดว่าอาคาร 100 ปี จะสามารถเปิดให้บริการได้ประมาณเดือนเมษายน ปี 2556 จะทำให้โรงพยาบาลพหลฯมีเตียงรับผู้ป่วยทั้งหมด 700 เตียง มีศักยภาพรักษาผู้ป่วยสูงขึ้น **************************** 19 พฤษภาคม 2555
หมวดหมู่: สาธารณสุข

สธ. แนะการเลือกซื้อน้ำมะนาวเทียม

ในรั้ว สธ. - ส, 05/19/2012 - 12:22

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เผยผลตรวจน้ำมะนาวเทียม พบปริมาณวัตถุกันเสียอยู่ในเกณฑ์กฎหมายกำหนด แนะวิธีเลือกซื้อน้ำมะนาวเทียม เพื่อความปลอดภัยในการบริโภค  

            นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ช่วงนี้มะนาวยังมีราคาแพง ทำให้ร้านอาหารหลายร้านลดต้นทุนการผลิตด้วยการหันมาใช้น้ำมะนาวเทียม ซึ่งเป็นวัตถุแต่งกลิ่นรสที่ผลิตขึ้นเพื่อทดแทนน้ำมะนาว โดยอาจมีการใช้กรดซิตริก แทนการใช้น้ำมะนาวบางส่วนหรือทั้งหมด และอาจมีการใช้สีสังเคราะห์เพื่อแต่งสีให้ใกล้เคียงกับสีของน้ำมะนาว รวมทั้งอาจมีการใช้วัตถุกันเสีย เพื่อยืดอายุของผลิตภัณฑ์  ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 223) พ.ศ.2544 ระบุว่าน้ำมะนาวเทียม จัดเป็นวัตถุกันเสียแต่งกลิ่นเลียนธรรมชาติ ซึ่งต้องแสดงฉลากมีข้อความเป็นภาษาไทยที่ระบุชื่ออาหาร และข้อความว่า วัตถุแต่งกลิ่นรสเลียนธรรมชาติ เลขสารบบอาหาร  วัตถุประสงค์หรือประโยชน์ในการใช้ วิธีใช้ ปริมาณสุทธิ ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้แบ่งบรรจุ ชนิดและปริมาณของสีที่ผสม (ถ้ามี) คำแนะนำในการเก็บรักษา เดือนปีที่ผลิต หรือวันเดือนปีที่หมดอายุ จากการรวบรวมข้อมูลผลการวิเคราะห์ทางเคมีของตัวอย่าง “น้ำมะนาวเทียม” ตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน รวม 30 ตัวอย่าง แบ่งเป็นตัวอย่างที่ได้จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 23 ตัวอย่าง รับจากผู้ผลิต 3 ตัวอย่าง เก็บจากตลาด 4 ตัวอย่าง เพื่อตรวจวิเคราะห์วัตถุกันเสีย สีสังเคราะห์ และปริมาณกรดซิตริก มีผลการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ดังนี้ 1. พบวัตถุกันเสีย คือ กรดเบนโซอิก 9 ตัวอย่าง ในปริมาณตั้งแต่น้อยกว่า 20 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ถึง 370 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม 2. พบสีสังเคราะห์เพื่อให้มีสีเหลือง เช่น ตาร์ตราซีน 25 ตัวอย่าง ในปริมาณ 1.3– 5.8 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และมีการเติมสีสังเคราะห์อื่น เช่น เอโซรูบีน ซันเซต เยลโลว์ เอฟซีเอฟ และปองโซ 4 อาร์ ในปริมาณ 0.1-0.6 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม 3. พบปริมาณกรดซิตริก 3.3-10.8 มิลลิกรัมต่อ 100 มิลลิลิตร  สำหรับการตรวจน้ำมะนาวที่คั้นจากผลมะนาว พบปริมาณกรดซิตริก 6.9 มิลลิกรัมต่อ 100 มิลลิลิตร ทั้งนี้ปริมาณวัตถุเจือปนอาหารที่พบ ไม่เกินกำหนดตามบัญชีท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 281 (พ.ศ. 2547) ของอาหารทั่วไป คือ วัตถุกันเสียกรดเบนโซอิก ใช้ได้ไม่เกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม สีตาร์ตราซีน ใช้ได้ไม่เกิน 70 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ส่วนปริมาณกรดซิตริกที่พบ เป็นปริมาณที่พบได้ในน้ำมะนาวตามธรรมชาติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวทิ้งท้ายว่า ผู้ประกอบการร้านอาหารหรือผู้บริโภค ควรเลือกใช้น้ำมะนาวเทียมที่ข้างขวดมีเครื่องหมาย อย. เท่านั้น ไม่ควรใช้น้ำมะนาวเทียมที่แบ่งขายใส่ถุง เพราะกระบวนการผลิตอาจไม่ได้มาตรฐาน ไม่ปลอดภัย ทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ นอกจากนี้ อาจมีปริมาณกรดซิตริกสูงเกินมาตรฐาน ซึ่งทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณเยื่อบุช่องปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ หรือบริเวณทวารหนักได้  ดังนั้นคนที่เป็นโรคกระเพาะอาหารหรือโรคกรดไหลย้อนควรระมัดระวัง จึงควรใช้วัตถุดิบธรรมชาติที่มีรสเปรี้ยวอื่นๆ ทดแทน เช่น มะขามเปียก มะดัน ตะลิงปิง
หมวดหมู่: สาธารณสุข

คณะรัฐมนตรีติดตามงานนโยบายด้านสาธารณสุขของจังหวัดกาญจนบุรี

รอบรั้วภูมิภาค - ส, 05/19/2012 - 10:04

               คณะรัฐมนตรีเยี่ยมติดตามโครงการยกระดับโรงพยาบาลทั่วไป เป็นโรงพยาบาลศูนย์ และงานนโยบายด้านสาธารณสุขของจังหวัดกาญจนบุรี  วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๕  ณ โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา อำเภอเมือง  จังหวัดกาญจนบุรี

                นายแพทย์อภิชาติ  รอดสม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า ในวันที่ ๑๙ - ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕ นี้ จะมีการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ณ จังหวัดกาญจนบุรี โอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรี (พลเอกยุทธศักดิ์  ศศิประภา)  รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายวรวัจน์  เอื้ออภิญญกุล) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (นายวิทยา  บุรณศิริ) มีกำหนดการลงพื้นที่ติดตามโครงการยกระดับโรงพยาบาลทั่วไป เป็นโรงพยาบาลศูนย์ และงานนโยบายด้านสาธารณสุขของจังหวัดกาญจนบุรี  ๗ เรื่อง ได้แก่  ๑) การบำบัดรักษาผู้ป่วยยาเสพติด และการควบคุมยาและสารตั้งต้น  ๒)การพัฒนาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและศูนย์สาธารณสุขชุมชนเขตเมือง  แพทย์ประจำครอบครัว (หมอใกล้บ้าน ใกล้ใจ) รวมทั้งระบบการให้คำปรึกษาทางไกล (Telemedicine) ผ่านโปรแกรม Skype   ๓) ลดความเหลื่อมล้ำ ๓ กองทุน  ในประเด็นเจ็บป่วยฉุกเฉิน ไม่ถามสิทธิ์  ๔) สร้างนำซ่อมสุขภาพ ในโครงการสุขภาพดีวิถีไทย และมะเร็ง ๕) ทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนนเพื่อลดอุบัติเหตุ  ๖)อาหารปลอดภัย เมนูชูสุขภาพ และ ๗)ลดโรค เพิ่มสุข ๗๐ ปีไม่มีคิว  รวมทั้งการฝากครรภ์คุณภาพ และพัฒนาการเด็กปฐมวัย 

                ด้าน นพ.สมเจตน์ เหล่าลือเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา กล่าวว่า โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนาเป็นโรงพยาบาลทั่วไปขนาด ๔๔๐ เตียง ได้รับการยกฐานะจากโรงพยาบาลระดับทุติยภูมิระดับสูงเป็นระดับตติยภูมิ มีศักยภาพให้บริการทางการแพทย์ครอบคลุมตามมาตรฐานระบบบริการทุติยภูมิและตติยภูมิ รองรับการให้บริการผู้ป่วยในเขตจังหวัดกาญจนบุรี ทั้ง ๑๓ อำเภอ ซึ่งปัจจุบันมีประชากรรวมทั้งจังหวัด ๘๓๖,๘๐๗ คน คนต่างด้าวและแรงงานต่างด้าว ประมาณ ๓๓๔,๑๘๗ คน   รวม ๑,๑๗๐,๙๙๔ คน  และมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในจังหวัดกาญจนบุรีอีกประมาณ ๔,๕๘๓,๖๓๐ คนต่อปี   ปัจจุบันให้บริการผู้ป่วยนอกเฉลี่ยวันละ ๑,๕๑๑ ราย  อัตราการครองเตียงเฉลี่ย ๑๐๔.๐๒ %  โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนาได้จัดทำแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan ปี ๒๕๕๕ - ๒๕๕๙) สอดคล้องกับ Service Plan ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี  เพิ่มเติมในสาขาหลัก/สาขารอง สาขาเฉพาะทาง และศูนย์ความเชี่ยวชาญระดับสูง สาขาอุบัติเหตุและฉุกเฉิน สาขาโรคหัวใจและหลอดเลือด สาขาโรคมะเร็ง สาขาทารกแรกเกิด สาขาอาชีวอนามัยสิ่งแวดล้อม และเป็นศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ระดับตติยภูมิในภาวะภัยพิบัติ  โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนามีการพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถในการให้การรักษาที่ยุ่งยากซับซ้อนในระดับเชี่ยวชาญ       ที่ต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงและมีราคาแพง รองรับการเป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายในการรับ-ส่งต่อผู้ป่วยภายในจังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดข้างเคียง โดยการพัฒนาด้านคุณภาพบริการ การสรรหาบุคลากร การจัดหาครุภัณฑ์ที่จำเป็นต่อการให้บริการสาขาเฉพาะทางที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการเพิ่มอาคารผู้ป่วย และอาคารสนับสนุนบริการ เพื่อให้สามารถรองรับจำนวนผู้มารับบริการที่เพิ่มขึ้น  คาดว่า ในปี ๒๕๕๖ เมื่อตึก “๑๐๐ ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช” สร้างแล้วเสร็จ โรงพยาบาลจะมีเตียงเพิ่มขึ้น ๓๑๘ เตียง รวมเป็น  ๗๐๐ เตียง และเพิ่มศักยภาพการบริการเป็นศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน (Trauma Center)  ศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือด  ศูนย์ส่องกล้องอวัยวะภายในเพื่อการวินิจฉัยและรักษา  ศูนย์ผ่าตัดด้วยกล้องโรคกระดูกสันหลัง  ศูนย์จักษุวิทยา  ศูนย์ให้บริการโสต ศอ นาสิก ลาริงซ์วิทยา  ทั้งนี้ จะสามารถรองรับผลกระทบจากโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย ซึ่งคาดว่าในอนาคตจะมีการเคลื่อนย้ายแรงงาน และนักท่องเที่ยว เข้ามาในจังหวัดกาญจนบุรีอีกเป็นจำนวนมาก โครงการยกระดับโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา นับเป็นความภาคภูมิใจของชาวจังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดใกล้เคียง ที่ได้มีโอกาสรับบริการสุขภาพที่มีศักยภาพสูงขึ้น เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาพอนามัยของประชาชนให้ดียิ่งขึ้นต่อไป.

หมวดหมู่: สาธารณสุข

โรงพยาบาลมหาสารคาเตือนประชาชนระวังโรคความดันโลหิตสูง

รอบรั้วภูมิภาค - ส, 05/19/2012 - 08:57
โรงพยาบาลมหาสารคาเตือนประชาชนระวังโรคความดันโลหิตสูง โรคความดันโลหิตสูง เป็นฆาตกรเงียบที่ทำให้เกิดปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคไต โรคหลอดเลือดสมองตีบ อัมพฤกษ์ อัมพาต และมีอัตราตายสูงซึ่งในพื้นที่จังหวัดมหาสารคามมีผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้น นายสุนทร ยนต์ตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาสารคาม กล่าวว่า โรคความดันโลหิตสูง นับเป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณสุขสำคัญที่กำลังคุกคามโลก โดยในปัจจุบันมีประชากรหลายร้อยล้านคนทั่วโลกเป็น โรคความดันโลหิตสูง และมีการคาดการณ์ว่าในปี พ.ศ. 2568 ผู้มีภาวะความดันโลหิตสูงจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.5 พันล้านคน โดยส่วนใหญ่ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงไม่ทราบว่าตนเองป่วย ทำให้ไม่ได้รับการรักษาหรือปฏิบัติตนไม่ถูกต้อง ซึ่งนำไปสู่การเกิดโรคแทรกซ้อนมากมาย อาทิ โรคหัวใจ โรคไต อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหลอดเลือดสมองตีบ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ซึ่งร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ด้วย ความดันโลหิต หมายถึง แรงดันเลือดที่เกิดจากการ ที่หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย ซึ่งหัวใจคนเราจะเต้น 60-80 ครั้ง ความดันก็จะเพิ่มขณะที่หัวใจบีบตัวและลดลงขณะที่หัวใจคลายตัว ความดันโลหิตของคนเราไม่เท่ากันตลอดเวลาขึ้นอยู่กับท่าของผู้ถูกวัดด้วย โดยท่านอนความดันโลหิตมักจะสูงกว่าท่ายืน นอกจากนั้นยังขึ้นกับสิ่งกระตุ้นต่างๆ เช่น การออกกำลังกาย การทานอาหาร การนอนหลับ กิจกรรมที่ทำอยู่ รวมทั้งสภาพจิตใจด้วย โดยปกติคนจะมีระดับความดันโลหิต 120/80-139/89 มิลลิเมตรปรอท หากมีค่าความดันมากกว่านี้จัดว่าเป็น โรคความดันโลหิตสูง ทุกคนสามารถป้องกันการเกิดภาวะความดันโลหิตสูงได้ โดยการเลือกทานอาหารที่เหมาะสม หลีกเลี่ยง อาหารเค็มจัด เพราะเกลือทำให้ความตึงตัวของผนังหลอดโลหิตแดงเพิ่มขึ้น รวมทั้งอาหารกลุ่มไขมัน ควรหลีกเลี่ยงไขมันจากสัตว์และจำพวกกะทิ อาหารกลุ่มแป้งและน้ำตาลขัดขาวทุกชนิด เพราะจะทำให้น้ำหนักตัวและระดับไขมันในเลือดเพิ่มขึ้น หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ ควบคุมน้ำหนักตัวเพราะความอ้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคความดันโลหิตสูง ออกกำลังกายให้พอควรสม่ำเสมอพักผ่อนให้เพียงพอไม่เครียด และตรวจวัดความดันโลหิตเป็นประจำ โโยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีอายุ 35 ปีทั้งเพศหญิงและชาย
หมวดหมู่: สาธารณสุข

คณะนิเทศเฉพาะกิจงานอนามัยแม่และเด็ก จากศูนย์อนามัยที่ ๑๒ ยะลา และทีมจากจังหวัดยะลา ลงพื้นที่นิเทศหน้างาน โดยการนำของผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขต ๘ คณะนิเทศเฉพาะกิจงานอนามัยแม่และเด็ก

รอบรั้วภูมิภาค - ศ, 05/18/2012 - 17:24
ด้วยในวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๕ คณะนิเทศเฉพาะกิจงานอนามัยแม่และเด็ก จากศูนย์อนามัยที่ ๑๒ ยะลา และทีมจากจังหวัดยะลา ได้มีการนิเทศไขว้ระหว่างจังหวัดในเขตตรวจราชการที่ ๘ (๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้) ซึ่งได้ลงพื้นที่นิเทศหน้างานของโรงพยาบาลจะแนะ โดยได้มีการนิเทศ เรื่องอนามัยแม่และเด็ก ณ คลินิกฝากครรภ์ ห้องคลอด การพัฒนาคุณภาพการพยาบาลด้านอนามัยแม่และเด็ก คลินิกฝากครรภ์ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกูมุง และติดตามการดำเนินงานตำบลนมแม่เพื่อสายใยรักแห่งครอบครัวของตำบลจะแนะ และในวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ได้มีการนำเสนอการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็ก โดย MCH Board จังหวัดนราธิวาส MCH Board อำเภอจะแนะ และสรุปการนิเทศเฉพาะกิจโดยทีมนิเทศเฉพาะกิจ ณ ห้องประชุมองค์การบริหารตำบลจะแนะ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส โดยมี นต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขต ๘ เป็นผู้นำทีม ซึ่งมีผู้รับผิดชอบงานอนามัยแม่และเด็กที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัด อำเภอ เข้าร่วมรับฟัง จำนวน ๘๐ คน และมีนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส ร่วมในการรับฟังผลการสรุปการนิเทศในครั้งนี้
หมวดหมู่: สาธารณสุข

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผลการดำเนินงานตามนโยบายเร่งรัดกระทรวงสาธารณสุข ของจังหวัดนราธิวาส

รอบรั้วภูมิภาค - ศ, 05/18/2012 - 17:20

ด้วยในวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยคณะได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผลการดำเนินงานตามนโยบายเร่งรัดกระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนราธิวาส ได้มีการรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ตรวจเยี่ยมศูนย์สาธารณสุขชุมชนเขตเมือง และ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบือราเป๊ะ ในประเด็นปัญหาสาธารณสุขของพื้นที่ แนวทางหรือการแก้ปัญหาการดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขและภารกิจของ รพ.สต. หลังจากนั้นได้รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก ณ ห้องประชุมโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก และในวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยคณะได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผลการดำเนินงานศูนย์สาธารณสุขชุมชนเขตเมืองสุไหงโก-ลก โดยมี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยผู้บริหารของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส ร่วมในการติดตามในครั้งนี้

หมวดหมู่: สาธารณสุข

อภ.จัดเวทีเสวนาการเข้าถึงยา 7 โรคเรื้อรัง

ในรั้ว สธ. - ศ, 05/18/2012 - 17:05

 

          วันที่ 18 พฤษภาคม 2555 เวลา 09.00 น. ที่องค์การเภสัชกรรม  ได้มีการจัดเสวนาวิชาการ เรื่อง“การเข้าถึงยาเพื่อสร้างคุณค่าให้กับสังคม” โดยเชิญผู้แทนองค์กรที่มีความเกี่ยวข้องกับระบบยาสาธารณสุข รวมถึงกลุ่มเครือข่ายผู้ป่วยที่รับบริการผ่านระบบสวัสดิการต่างๆ ของรัฐ ร่วมระดมความคิดเห็นเพื่อเสนอแนะแนวทาง เพื่อกำหนดรูปแบบการเข้าถึงยาของผู้ป่วยกลุ่มต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย นพ.วิทิต อรรถเวชกุล ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม ภญ.ปนัดดา  ลี่สถาพรวงศา ผู้จัดการกองทุนยาฯสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) คุณนิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ คุณบุญยืน ศิริธรรม ประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยามและคุณอนันตชัย ยูรประถม ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน ดำเนินการเสวนา พร้อมประชุมระดมความคิด โดยกลุ่มตัวแทนเครือข่ายผู้ป่วย 7โรคเรื้อรัง ประกอบด้วย โรคเอดส์ มะเร็ง หัวใจ  ไต เบาหวาน ธาลัสซีเมียและฮีโมฟีเลียในเชิงลึก ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข ตลอดจนคุณค่าทางสังคมที่เกิดขึ้นจากการเข้าถึงยาของผู้ป่วย            นายแพทย์วิทิต กล่าวว่าผลจากการเสวนาในครั้งนี้จะทำให้ทราบถึงข้อมูล ความคิดเห็น แนวทาง กระบวนการ ตลอดจนปัญหาการเข้าถึงยาของผู้ป่วยทั้งเชิงบวกและเชิงลบ เพื่อนำมาประเมินคุณค่าทางสังคม พร้อมสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างเครือข่ายผู้ป่วย กระทรวงสาธารณสุข องค์การเภสัชกรรม สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)และองค์กรเอกชน อันจะนำไปสู่การสร้างเครือข่ายการพัฒนาด้านความรับผิดชอบต่อสังคมในระบบสาธารณสุขได้อย่างยั่งยืน รวมถึงเพื่อให้ได้มาซึ่งรูปแบบการประเมินตัวชี้วัดการเข้าถึงยาที่มีความสมบูรณ์ ครบถ้วน ชัดเจน และได้รับการยอมรับอย่างเป็นรูปธรรมจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำเสนอเข้าสู่ระบบการบริหารจัดการ อันจะส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับยาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมต่อไป  
หมวดหมู่: สาธารณสุข

โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาจัดอบรมทักษะการแปลผล EKG รุ่นที่ 5และ6

รอบรั้วภูมิภาค - ศ, 05/18/2012 - 15:46
เมื่อ 16-17 พฤษภาคม 2555 กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล ร่วมกับกลุ่มงานพัฒนาระบบบริการสุขภาพจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “ทักษะการทำ แปลผล EKG เบื้องต้น การแปลผล EKG และแปลผล Lab ที่สำคัญในกลุ่มผู้ป่วย Acute Coronary Syndrome รุ่นที่ 5 และ 6” เพื่อให้พยาบาลในทุกหน่วยงานได้มีความรู้ พัฒนาทักษะการใช้เครื่องมือ และประเมินผลผู้ป่วยได้ถูกต้อง รวดเร็ว ลดความเสี่ยงและอัตราการเสียชีวิต
หมวดหมู่: สาธารณสุข

โครงการฟันเทียมพระราชทานของจังหวัดกำแพงเพชร

รอบรั้วภูมิภาค - ศ, 05/18/2012 - 14:59

 

โครงการฟันเทียมพระราชทานของจังหวัดกำแพงเพชร              นายแพทย์ณัฐพร วงษ์ศุทธิภากร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชร  เผยว่า   ผลการสำรวจสภาวะทันตสุขภาพของประชาชนในจังหวัดกำแพงเพชร พบว่า ผู้สูงอายุมีปัญหาสุขภาพในช่องปากและฟัน และสมควรจะได้รับการดูแลด้านการส่งเสริมป้องกันและฟื้นฟูโรคในช่องปากในผู้สูงวัย        ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี       ดังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ว่า“เวลาไม่มีฟันกินอะไรก็ไม่อร่อย ทำให้ไม่มีความสุข จิตใจก็ไม่สบาย ร่างกายก็ไม่แข็งแรง”  ดังนั้น จังหวัดกำแพงเพชร โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชร ร่วมกับหน่วยบริการโรงพยาบาลกำแพงเพชรและโรงพยาบาลชุมชนทุกแห่ง ได้จัดทำโครงการฟันเทียมพระราชทาน เป็นโครงการพิเศษต่อเนื่องจากปี ๒๕๔๘    และได้รับอนุมัติโครงการ “ฟันเทียมพระราชทาน”   เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวาระมหามงคล ๘๔ พรรษา ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔  โดยการใส่ฟันเทียมให้แก่ผู้สูงอายุที่สูญเสียฟันเกือบทั้งปากมากกว่า ๑๖ ซี่    ผู้ที่สูญเสียฟันทั้งปาก    และได้สนับสนุนการจัดบริการส่งเสริมการดูแลสุขภาพช่องปากทั้งฟันถาวรและฟันเทียมด้วยตนเองและกลุ่มผู้สูงอายุ     เป็นการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่า ผู้สูงอายุในจังหวัดกำแพงเพชรได้รับบริการใส่ฟันเทียม ตั้งแต่เริ่มโครงการถึงปี ๒๕๕4 รวมจำนวน ๓,๗๖๐ คน นับเป็นบริการที่ตรงกับความต้องการของผู้สูงอายุทำให้สามารถแก้ปัญหาการบดเคี้ยวในผู้ที่ไม่มีฟันได้เป็นอย่างดี และผู้สูงอายุมีความพึงพอใจ                           ในวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕  เวลา ๐๙.๐๐ น. เป็นต้นไป ณ ห้องประชุมโรงแรมชากังราว   จะมีพิธีมอบฟันเทียมพระราชทานแก่ผู้สูงอายุและผู้ด้อยโอกาส จำนวน ๑๐๐  ราย และรับมอบเงินสนับสนุนโครงการจากมูลนิธิโอสถสภาในโครงการฟันเทียมพระราชทานโดยท่านประธานในพิธีเปิดงาน       ปลัดจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวรายงาน โดย นายแพทย์ณัฐพร วงษ์ศุทธิภากร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชร      และมีคุณธนา ไชยประสิทธิ์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัทโอสถสภา จำกัด กล่าววัตถุประสงค์ของมูลนิธิโอสถสภาในการสนับสนุนโครงการฟันเทียมพระราชทานฯเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและมีนายแพทย์มรกต กรเกษม ประธานมูลนิธิโอสถสภา อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขร่วมเป็นผู้มอบฟันเทียมพระราชทานให้แก่ผู้สูงอายุและผู้ด้อยโอกาสด้วย                        นอกจากนี้  จะมีการมอบรางวัลแก่ผู้สูงวัย ๘๐ ปี และ ๙๐ ปี    ที่มีสุขภาพฟันดีจังหวัดกำแพงเพชร  ปี ๒๕๕๕ การแสดงของชมรมผู้สูงวัย  การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่องโรคทางระบบกับการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงวัย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ชมนิทรรศการโครงการฟันเทียมพระราชทานและนิทรรศการผู้สูงวัย จังหวัดกำแพงเพชร  นายแพทย์ณัฐพร กล่าวในท้ายสุด            
หมวดหมู่: สาธารณสุข

สธ.พัทลุง จัดงานมหกรรม “สุขภาพดีวิถีชีวิต คนเมืองลุง” ตามโครงการสนองน้ำพระราชหฤทัยในหลวง ทรงห่วงใยสุขภาพประชาชน ฯ และโครงการเฉลิมพระเกียรติ ๕๗ พรรษา มหาวชิราลงกรณ : หมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมฯ

รอบรั้วภูมิภาค - ศ, 05/18/2012 - 14:55
วันนี้ (๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๕) เวลา ๐๙.๓๐ น. ณ สนามศาลากลางจังหวัดพัทลุง ว่าที่ร้อยตรีสมโภช สุวรรณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เป็นประธานเปิดงานมหกรรม “สุขภาพดีวิถีชีวิต คนเมืองลุง” ตามโครงการสนองน้ำพระราชหฤทัยในหลวง ทรงห่วงใยสุขภาพประชาชน ฯ และโครงการเฉลิมพระเกียรติ ๕๗ พรรษา มหาวชิราลงกรณ : หมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมฯ โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง ร่วมกับโรงพยาบาล/สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ/โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่ง ได้ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อสร้างความตระหนักให้ประชาชน ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการบริโภคอาหาร และการออกกำลังกาย นายแพทย์สาธิต ไผ่ประเสริฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยมักป่วยเป็นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคมะเร็ง ทั้งนี้เกิดจากพฤติกรรมการบริโภคอาหาร และขาดการออกกำลังกาย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง ได้ตระหนัก และเล็งเห็นถึงความสำคัญของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน และสร้างกระแสการออกกำลังกาย การบริโภคผักและผลไม้ให้เกิดขึ้นกับประชาชน ประกอบกับวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันความดันโลหิตสูงโลก จึงได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดโครงการสนองน้ำพระราชหฤทัยในหลวง ทรงห่วงใยสุขภาพประชาชน ฯ และโครงการเฉลิมพระเกียรติ ๕๗ พรรษา มหาวชิราลงกรณ : หมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด ภายใต้การจัดงานมหกรรม “สุขภาพดีวิถีชีวิต คนเมืองลุง” ประจำปี ๒๕๕๕ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมมายุ ๕๗ พรรษา กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วยการจัดบูทนิทรรศการหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรคฯ บูทโรงเรียนพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพตามสุขบัญญัติแห่งชาติ การจัดบูทดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูง การประกวดเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ การประกวดนวัตกรรมการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง การแข่งขันตำพืชผักพัทลุง การแข่งขันแอโรบิคมาราธอน และกิจกรรมอื่น ๆ โอกาสนี้ว่าที่ร้อยตรีสมโภช สุวรรณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ได้มอบประกาศเกียรติคุณแก่หมู่บ้าน หน่วยงาน และโรงเรียน ที่มาร่วมจัดบูทนิทรรศการ พร้อมปล่อยขบวนขบวนรถผัก ผลไม้ ปลอดสารพิษ แห่ไปตามถนนสายต่าง ๆ ในตัวเมืองพัทลุง เพื่อสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้นกับผู้บริโภคต่อไป
หมวดหมู่: สาธารณสุข

สธ.ปัตตานี จัดประชุมเตรียมความพร้อม นักกีฬาฟุตบอล ทีมสาธารณสุขชายแดนใต้ ปี 2555

รอบรั้วภูมิภาค - ศ, 05/18/2012 - 14:47

 

วันนี้ (18 พ.ค. 2555) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี จัดประชุมเตรียมความพร้อม นักกีฬาฟุตบอล ทีมสาธารณสุขชายแดนใต้ ปี 2555 ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานีเป็นเจ้าภาพ โดยนายแพทย์อุดมเกียรติ พูลสวัสดิ นายแพทย์เชี่ยวชาญด้านเวชกรรมป้องกัน เป็นประธาน โดยมีคณะกรรมการบริหารจัดการกีฬาฟุตบอล ทีมสาธารณสุขชายแดนใต้ ปี 2555 เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี,ยะลา,นาราธิวาส,สงขลา และสตูล ณ ห้องประชุมรูสะมิแล1 โรงแรมซีเอส จังหวัดปัตตานี

หมวดหมู่: สาธารณสุข

หน้า

ลงชื่อรับข่าว คปสอ. แก่งหางแมว จันทบุรี ตัวดึงฟีด